2007/Sep/24

บทความเรื่อง ความตรงกันข้ามของทุกสิ่ง

บางทีแล้ว การที่เราจะคิดจะทำอะไรสักอย่างมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ยากแต่ถ้าเราไม่คิด ที่จะทำสิ่งต่างๆ มันก็จะไม่มีอะไรดีขึ้น

โลกใบนี้ของเราเกิดพร้อมกับ ความตรงกันข้าม หลายๆคนอาจจะงง เรามาลองคิดกันง่ายๆเลยดูที่ตัวเรา บางคนเป็นผู้ชาย บางคนเป็นผู้หญิง และมีบางสิ่งบางอย่างไม่เหมือนกัน นั้นและเป็นความตรงกันข้ามเบื้องต้นที่ทุกๆคนรู้กันดี แต่เราจะเก็บเอาเรื่องพวกนี้มาคิดรึป่าวก็เท่านั้นเองไม่ว่าเราจะทำอะไรประสบความสำเร็จหรือไม่ จะทำสิ่งที่ดีหรือไม่ดี มันก็ต้องมีสิ่งที่ได้มาและสูญเสียไปทั้งโดยตรงและทางอ้อมเช่น เราสอบได้ที่1 สิ่งที่ได้มาคือ ความภาคภูมิใจ ทางอ้อมคืออาจจะไดของจากคุณพ่อคุณแม่ สิ่งที่สูญเสียไปคือ อ่านหนังสือมากๆ ทางอ้อมคือไม่ได้ออกไปเล่นกับเพื่อน ทีนี้มันก็สามารถต่อยอดไปได้อีก คือ เมื่อพ่อกับแม่ให้ของมา สิ่งที่พ่อกับแม่เสียไปคือเงิน ต่อยอดได้อีก เงินอาจได้มาจากทางตรงงานประจำ ทางอ้อมงานพิเศษหรือโบนัส แต่มันก็ต่อยอดได้อีก เดี่ยววว....เบรก พอๆเดี่ยวยาว

ในทีนี้ทุกสิ่งมันก็มีจุดเริ่ม จุดเริ่มคือ ความพยายามและการเสี่ยง กล่าวคือ เราจะมีความกล้าที่จะเสี่ยงในการทำงานต่างๆหรือการทำอะไรสักอย่างหนึ่ง แล้วเมื่อเรากล้าที่จะตัดสินใจกล้าเสี่ยงแล้ว ก็ควรมีความพยายาม ทำสิ่งนั้นไปให้ถึงจุดที่เราตั้งความหวังใว้ แต่ก็นะเราจะมีความพยายามอย่างมากๆ ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งเราก็ต้องรักในการทำด้วย แต่เมื่อเรารักในการทำนั้นสิ่งที่เราจะเสียคือ สิ่งที่เราไม่รักบางทีเราอาจจะลืมสิ่งนั้นไปเลยก็ได้ เราอาจจะไม่ทำสิ่งที่เราไม่รักไม่ชอบที่จะทำมันเลยก็ได้ แต่ถ้าลองมาคิดๆดู ถ้าสิ่งที่ไม่ชอบนั้นมันทำให้ชีวิตเรามีความเต็มสมบูรณ์ขึ้น มีความเป็นตัวเรามากขึ้น มันก็ไม่ใช่สิ่งเสียหายนักที่คุณจะทำมัน มันอาจจะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับตัวคุณซะเปล่า

หรือถ้าจะเอาไปเทียบกับเรื่องความรัก (เอาอีกแระไอไบร์ทโยงไปอีกและ - -)

ก็อย่างคำที่ผมคิดขึ้น (คิดเองสดๆ) "บางทีแล้วเรา อย่าเหม่อคนไกลอย่าเมินคนใกล้" ถ้ามานั่งคิดๆดู มันก็จริงนะ ในบางทีเราอาจจะไปชอบคนไกลๆตัว เป็นดาวอยู่บนฝากฟ้า แต่กลับหารู้ไม่ว่า คนที่อยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุดเขาอาจเป็นห่วงคุณอยู่ลึกๆก็เป็นได้ แต่ในบางทีคุณอาจจะมองไม่เห็นเขาเรพาะสาเหตุหลายๆประการ หนึ่งในสาเหตุนั้นคือ เพื่อนสนิท เอ้าพอๆนอกประเด็นหัวข้อ(อีกแล้ว)

ทีนี้เรามาดู อุปกรณ์หรือสิ่งต่างๆที่ไกลตัวขึ้นไปหน่อย คุณรู้ไหม ว่าทำไม น้ำแพงมัน เอ้ย น้ำพังแมน เอ้ย น้ำมันแพง เอ้ยถูกแล้ว !!! น้ำมัน ทำมาจากซากพืซ ซากสัตว์ ที่อยุ่ใต้ดินเราเขาเอามากลั่นและ ผ่านกระบวนการอะไรหลายๆอย่าง รู้ไหมที่กรุงเทพราคา 20บาทพี่แม่ฮ่องสอนราคา 25บาทก็เป็นได้ เพราะเขาไม่ได้คิดแค่ ต้นทุนที่เขาเสียไป เขาคิดค่าน้ำมันรถ ค่าน้ำมันเรือ ค่าไฟฟ้า ค่าประกันอุบัติเหตุอีกครับ เขาคิดเยอะมากๆ แล้ว สิ่งไหนที่เราได้มาละ คือน้ำมันที่เอามาเติมรถเรา แล้วสิ่งไหนที่ผู้ผลิตจะได้ละ ก็คือเงินที่พวกคุณจ่ายแลน้ำมันที่กลั่นออกมาให้ใช้ แล้วสิ่งที่พวกเราเสียละ มันคือต้นทุนในการทำสิ่งต่างๆ นั้นเองครับ

ความจริงแล้วคำว่า ต้นทุน นั้นมันไม่ได้หมายถึงแค่เงิน อย่างเดียวสิ่งที่เราจะเสียผลจากการทำสิ่งต่างๆก็คือต้นทุน มันเป็นไปได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ พื้นดิน เงิน ยันไม้จิ่มฟันเลย พื้นดิน เป็นต้นทุนในการสร้างบ้าน การที่จะพื้นดิน ในการสร้างบ้านก็คือ ต้องมีเงิน นอกจากเงินแล้วก็คือ ไม้ คือปูน และอื่นๆ ถ้าคิดโดยเอาทุกอย่างมาเทียบแล้ว ทุกสิ่งที่อยุ่รอบตัวเรา ผ่านการตรงกันข้ามหรือแลกเปลี่ยนสิ่งหนึ่งไปอีกสิ่งหนึ่งที่หลายขั้นตอนมาก

เพราะฉะนั้นเวลาเราจะใช้อะไรขอให้นึกว่ามันผ่านอะไรหลายๆอย่างมามากกว่าที่เราคิดเราควรใช้มันอย่างถนอม คุ้มค่าที่สุดและ อีกอย่างที่ผมอยากบอกทุกๆคนคือ คนเราต้องกล้าได้กล้าเสียสักหน่อยมีความพยายามอีกสักนิด เราจะได้โลกใบใหม่ที่น่าอยู่ เกิดขึ้นมาครับ
ก่อนจากไป ขอฝากกลอนนิดๆหน่อยๆ แต่งเองสดๆขอรับ

สิ่งที่ได้มาย่อมมีสิ่งที่สูญเสียจากสูญเสียเจียจางเป็นภูมิใจ
จากภูมิใจกลายเป็นโลกใบใหม่ ที่มีแต่ให้สิ่งดีดีต่อกัน
หากเพียรพยายามอีกเพียงนิดโลกที่ปิดก็จะเปิดให้ฉัน
ได้คิดตริตรองสิ่งใหม่ใหม่จากมัน และเรานั้นก็จะประสบความสำเร็จ

2006/Apr/16

จาขอนำแนะตัวก่อนเลยนะครับ ผมชื่อ ธนชัย พินิจสะวะ มีแฟนแย้วนะ(ห้ามจีบๆ)

ปกติผมจะเป็นคนขี้เล่นและชอบศึกษาเรื่องต่างๆปกติแล้วจะเปงคมพิวเตอร์ เกม การ์ตูน เพลง และกีฬา ตามภาษาผู้ชายที่ไม่หล่อเลิสเรออาไรนัก วันนี้เราจะมาพูดถึงสังคมที่แตกต่างระหว่าง Childen&Adult กาน

รู้รึป่าวทำไมผู้ใหญ่ถึงความคิดไม่ตรงกับเด็ก นั้นเป็นเพราะว่าในช่วงอายุเกิดมา-5ขวบนั้นเราจะมีความคิดอีกแบบ และ5ขวบครึ่ง-11และ 11-19ปีเนี่ยความคิดจะคล้ายๆกันแต่เริ่มจะต่างกันและเมื่อ 20ปีบริบูณขึ่นไปถึงช่วงวัยทองความคิดก็จะต่างกันแต่เราจะย่อลงเหลือเป็น ตั้งแต่เกิด-27-28ปีจะคล้ายๆกันให้อยู่หมวดเด็ก นอกนั้นผู้ใหญ่หมด เรามาเริ่มที่หัวข้อแรก

ทำไมเด็กชอบของเล่นแล้วทำไมผู้ใหญ่ถึงคิดว่าของเล่นไร้ประโยชณ์(ผู้ใหญ่บางส่วน)ของเล่นต่างๆมากมายเมื่อเราเป็นเด็กเราก็อยากได้ใช่ไหมครับ ห้ามตอบว่าไม่อยากเพราะมนุษย์ทุกคนมีความอยากถึงแม้จะเปงพระหรือบาทหลวงก็ตามก็มีทั้งนั้นแต่ในยามเด็กเราจะหาเงินที่ไหนไปซื้อละนอกจะขอตังพ่อกะแม่เพราะเราอยากได้ทีนี้เราจามาดูกันว่าผู้ใหญ่ประเภทไหนเป็นไง 1ถ้าเขาให้เลยนะสแดงว่าตามใจและถ้าทำแบบนี้บ่อยๆจะเสียเด็กเพราะว่าตามใจมากเกินไปเหมือนลูกเศรษฐี 2ถ้าเขาให้บ้างไม่ให้บ้างแต่มีเหตุผลก็เพราะเขาอยากจะสอนเราให้เรารู้จักว่าเงินเป็นของหายากไม่ควรใช้สิ้นเปลืองมากนะ 3ถ้าเขาไม่ให้เลยหรือให้น้อยสแดงว่าเขามีความคิดด้าน-อย่างมากเพราะว่าเขาคิดว่าของเล่นเป็นสิ่งสิ้นเปลืองสู้เอาเงินไปส่งเสียเราเรียนไม่ดีกว่าหรอการคิดแบบนี้ก็ใช่ว่าจะเสียเสมอไปเพราะ1เขาอยากให้เรารักเรียน2ฐานะเราอาจจะยากจนเพื่อที่จะเก็บเงินใว้บ้างแต่ผล-นั้นก็มีเยอะพอๆกันคือทำให้เราเครียดเพราะ1เราเห็นเพื่อนเรามีเราก็อยากจะมีถึงจะไม่ใช่ของที่ดีเท่าเขา 2เครียดเพราะเรียนอย่างเดียวไม่ได้พักผ่อนสบายอารมมั่งจนเกิดเหตุค่าตัวตายเยอะแล้วก็มี แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นของเล่นก็ไม่ใช่ว่าไร้ประโยสน์เสมอไป เพราะมันช่วยพัฒนาความคิดของเด็กและบางทียังช่วยพัฒนากล้ามเนื้อไปในตัวอีกด้วยและข้อเสียละข้อเสียก็คือของเล่นบางชนิดของเด็กถ้าเด็กใช้ไม่เป็นก็อาจเกิดอันตรายได้เพราะฉะนั้นเวลาเราจะเล่นอะไรอันตรายนั้นต้องดูด้วยว่าปลอดภัยรึป่าว แล้วเรากล้าพอรึป่าว

จากที่ผ่ามาไม่รวมเกมนะครับเกมจะแยกออกไปอีกที เพราะตอนนี้ปวดนิ้ว - - ต่อๆ ต่อจากนี้คือการ์ตูนกับหนังครับผม

การ์ตูนกับหนังแตกต่างกันยังไง บางคนอาจจะคิดเอะการืตูนก็แค่วาดขึ้นแล้วใช้เครื่องสกรีนลงคอมแต่หนังมีสาระทำเป็นเรื่องๆมากกว่า แต่ถ้ามองแบบนี้แล้วหนังการ์ตูนละก็ทำเป็นเนื้อเรื่องและก็ทำมาจากการ์ตูนมาก่อน ทำไมผู้ใหญ่ถึงไม่ชอบดูการ์ตูน คุณเคยโดนแม่ว่าไหมครับว่าดูแต่การ์ตูนไม่เห็นมีอะไรเลยดูทั้งวันทำงานมั่ง ดูแต่เรื่องซ้ำๆไม่เห็นมีไรดีเลยแล้วคุณกล้าไหมที่จะบอกว่าหนังมันก็เหมือนกันนั้นและความจริงแล้วนั้นหนังกับการ์ตูนไม่ได้ต่างไรกันนักหนาเพียงแต่การ์ตูนใช้งบน้อยกว่าเล่นมุขได้หลายแบบแต่หนังใช้งบเยอะแล้วที่เขาบอกว่าดูแต่เรื่องซ้ำๆเพราะอะไรเพราะการ์ตูนใช้งบน้อยในการทำแต่ละตอนจึงทำออกมาได้เรื่อยๆถึงจะเรื่องเดิมแต่คนละตอนแล้วหนังละใช้งบเยอะจะทำเป็นภาคต่อถ้าไม่ดีก็เสียทุนอีก การ์ตูนนั้นให้ข้อคิดบางอย่างที่หนังให้ไม่ได้เพราะว่าการ์ตูนสามารถจะสแดงได้ว่ามียานลำนึงวิ่งมาจากอนาคตแต่หนังทำได้แต่ก็ไม่เนียนและมีเนื้อหาที่เร่งรีบรีบจบแต่การ์ตูนนั้นเรื่อยๆมีตอนต่อไปอยู่ตลอดทำให้ให้ข้อคิดเยอะกว่าถ้าเปรียบเทียบแล้วหนังมันให้ความมันความซะใจมากกว่าแต่การ์ตูนให้ข้อคิดเยอะกว่าถ้าเราคิดเป็นนะขอรับ

สำหรับคราวนี้ ผมต้องขอจบแค่นี้เพราะปวดนิ้วมากจริงๆถ้าใครชอบก็เสนอให้ได้นะครับจะเขียนต่อไปเรื่อยๆแล้วก็ผมชื่อเล่นชื่อไบร์ทนะครับผมแต่ฉายาเยอะจริงจาเรียก ไอซ์หรือเฉื่อยหรือสไปร์ทแต่นามปากกาคือPr๐_Ice~Z@ นะจะคราวหน้าเจอกัน

เอ้าๆคราวหน้าเจอกันนะจะบับบุยเน้อ